จำนวนคนในระบบ
เรามี 3 บุคคลทั่วไป ออนไลน์ลงทะเบียน
| Mega Flood : สายน้ำท่วมขังความรัก (เรื่องสั้น) |
|
| ห้องวรรณกรรม - มุมเรื่องสั้น/บทความ |
| เขียนโดย สร้อยสรวง แสนสุรศิลป์ |
| วันพุธที่ 25 มกราคม 2012 เวลา 11:43 น. |
|
ร่วมโครงการเรื่องสั้นโดนใจประเภท “เรื่องสั้น”
"สายน้ำท่วมขังความรัก"
สร้อยสรวง แสนสุรศิลป์ รถยนต์สีดำหรูคันนั้น แล่นห่างผมออกไปแล้ว...รอยน้ำแหวกเป็นทางเห็นเพียงหลังรถไกลลิบจนกระทั่งทิ้งสายตาผมที่มองตามให้ว่างเปล่า เป็นอีกคนที่อพยพหนีน้ำไปต่างจังหวัด เป็นอีกคนที่ขับรถออกจากหมู่บ้านไปโดยยังไม่ได้กำหนดวันกลับ
หากเป็นคนคนเดียวที่ผมอยากให้กลับมาโดยเร็วที่สุด แม้สถานภาพผมตอนนี้จะเป็นได้แค่อดีตคนรู้ใจไปแล้วก็ตาม! เจ้าของรถคันหรู....ชายหนุ่มหน้าตาดี มาดดี และที่ดีไปกว่านั้น คือ ฐานะ คงไม่เคยได้รับรู้ถึงความหลังฝังใจผม เพราะเธอคงไม่คิดจะเปิดเผยให้เขาได้รับรู้อย่างแน่นอน ผม....ผู้ชายอีกคนหนึ่งที่ถูกเธอทิ้งอย่างไม่ไยดี หากผมเองต่างหากที่ยังคงเก็บรักษาเยื่อใยในใจต่อเธอไว้อย่างเหนียวแน่น ไม่ยอมแม้แต่จะให้ความเหินห่างที่เธอมอบให้ หรือแม้แต่กาลเวลาที่เนิ่นนานมาพรากมันไป
ความเจ็บช้ำนั้น...ช่างทรมานหัวใจผมได้หอมหวานเหลือเกิน
-------------------------------------------------------------------------
“หวานไม่มีใครอีกแล้ว...ต้น” เสียงเธอร่ำไห้มาตามสาย....ใจผมแทบขาดรอนรอน ทุกครั้งที่เธอร้องไห้ผมไม่เคยปฏิเสธเธอได้เลย
เวลาเพียงไม่นานที่ผมเป็นคนปลอบใจ แล้วเธอก็ได้พบคนที่ใช่อีกครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า รู้ทั้งรู้ว่าผมเป็นได้แค่ตัวสำรองแต่กลับไม่เคยเข็ด แม่กับพ่อได้แต่มองด้วยความเห็นใจ ผิดกับเจ้าต้อมที่ทำหน้าเหมือนอยากจะสมน้ำหน้าผมเต็มที
ผมรักใบหน้าสวยหวานสมชื่อ “หวาน” ของเธอ ผมรักรอยยิ้มที่ทำให้ใจผมละลายมาแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ผมรักเส้นผมยาวสลวยดำขลับที่แสนหอมกรุ่น ผมรักเรือนร่างที่กะทัดรัดสมส่วนสมสาวน่าสัมผัส
และรักรอยจูบหวานหอมบนริมฝีปากนุ่มอันอวบอิ่มของเธอ
-------------------------------------------------------------------------
“กลับมาแล้วหรือลูก?” พ่อเอ่ยถามเมื่อเห็นผมเดินเข้าบ้าน สนามหน้าบ้านที่เริ่มปริ่มน้ำทำให้ผมต้องรีบเช็ดเท้าให้แห้งก่อนจะทำให้บ้านเปียกและแม่จะบ่น
“ครับพ่อ” ขานรับก่อนวิ่งไปล้างเท้าในห้องน้ำ
หยิบลูกชิ้นทอดเข้าปากได้ลูกหนึ่ง ก็อดหันไปเตะขาเจ้าต้อมเล่นอย่างหมั่นไส้ไม่ได้ มันหันมาทำหน้าตาเคืองใส่นิดหน่อย ก่อนกลับไปสนใจทีวีของมันต่อ บอลคู่โปรดกำลังสนุก
บางเย็น แม่จะเป็นตัวตั้งตัวตีขนเอาไก่ย่างบ้าง หมูต้มบ้างคลุกกับข้าว ตระเวนออกไปโยนให้หมาแถวๆ นั้นกิน บางทีก็ใช้ให้เจ้าต้อมกับผมเอาอาหารเม็ดไปให้หมาที่ไม่มีใครเลี้ยงได้กินกัน บางตัวต้องปีนขึ้นไปนอนบนชั้นวางกระถางต้นไม้ บนชั้นวางของในเพิงร้านค้า และบางตัวก็ผอมโซ
-------------------------------------------------------------------------
ผ่านมาเป็นเดือนแล้วหากแต่น้ำยังคงทะลักเข้าหมู่บ้านมาเรื่อยๆ ถึงหมู่บ้านเราจะมีทั้งกรรมการและอาสาสมัครช่วยเหลือกันดีสักแค่ไหน ....แต่น้ำท่วมคราวนี้ก็รุนแรงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
วันก่อน....กรรมการหมู่บ้านวิ่งรถมาป่าวประกาศว่าน้ำกำลังจะมาอีก เขาจะเปิดประตูน้ำเพิ่มเพื่อระบายน้ำให้ได้มากขึ้น ให้ทุกคนขนของขึ้นที่สูงและอพยพถ้าจำเป็น ป้าป่านข้างบ้านขอแรงให้ไปช่วยขนของขึ้นชั้นสอง ทั้งพ่อ ผมกับต้อมไปช่วยกันเพราะเห็นใจแก ลูกสาวแกอยู่ต่างจังหวัด น้ำท่วมหนักจนลงมาช่วยขนย้ายไม่ได้ กรรมการหมู่บ้านขอแรงผู้ชายทุกบ้านไปช่วยกันขนกระสอบทรายมากั้นหน้าปากทางเข้าหมู่บ้านเพิ่ม ผมลงไปช่วยไม่ได้เพราะถ้าแผลโดนน้ำอีกจะเป็นเรื่องใหญ่ ได้แต่นั่งอยู่บนกระบะท้ายรถกับแม่คอยส่งข้าวห่อและน้ำดื่มให้อาสาสมัครคนอื่นๆ และขับรถช่วยเพื่อนบ้านขนของหากว่าใครอยากจะย้าย
ทุกคนในหมู่บ้านช่วยเหลือกันเต็มที่ ใครมีรถที่ยังพอวิ่งได้ก็รับ-ส่งคนที่ต้องไปทำงาน ใครไปทางเดียวกันก็เบียดๆกันไปโดยเจ้าของรถไม่คิดเงินแม้แต่บาทเดียว พวกหนุ่มๆสาวๆลงแรงช่วยกันขนกระสอบทราย ทำคันกั้นกันจนเหน็ดเหนื่อย แม้จะหนักและเหนื่อยกันแค่ไหน แต่ทุกคนก็ยังหันมายิ้มและหัวเราะให้กันได้ ลุงอ้วน บ้านท้ายซอยที่แทบไม่เคยออกจากบ้านมาพูดคุยกับใครเขา ก็ยังออกมาช่วยขนกระสอบทราย หรือแม้แต่ป้าพรเจ้าของร้านชำหน้าหมู่บ้านที่แสนจะขี้เหนียวยังลงทุนทำข้าวเหนียวหมูย่างมาแจกอาสาสมัครกับคนแก่ๆ ที่ติดน้ำออกไปไหนไม่ได้
-------------------------------------------------------------------------
รถกระบะคันนั้นชะลออยู่หน้าบ้าน กดแตรเรียกอยู่สองสามครั้ง กระจกลดลงมองเห็นลุงพงศ์ เพื่อนพ่อโผล่หน้าออกมา
“อ้าว...ลุง จะไปไหนละครับ?” ผมไหว้แกแล้วร้องถามเพราะเดินออกไปถึงหน้าประตูไม่ได้ ลุงเดินลุยน้ำผ่านประตูเล็กเข้ามาพร้อมลูกชายคนโต นั่งลงแล้วก็เอ่ยถาม “เออ...ยังไงเอ็งว่างๆ ไปให้อาหารหมาตัวที่อยู่ข้างบ้านลุงด้วยนะ”
บ้านสีฟ้า...ด้านขวาบ้านลุงพงศ์ หรือว่า...?
“ไม่รู้ว่าหนูหวานแกคิดยังไง ไม่ยอมเอาหมาไปด้วย มันอยู่ตัวเดียวคงจะคิดถึงเจ้าของ นอนซึมเชียวแหละ ผอมไปเยอะเลย ลุงเห็นแล้วก็อดสงสารมันไม่ได้ ยังไงฝากเอ็งดูๆ ให้หน่อยนะต้น เห็นว่าเอ็งก็ไปให้อาหารหมาอยู่แล้ว”
ลุงพงศ์ขึ้นรถไปกับลูก ท้ายกระบะมีหมาไทยหลังอานสีน้ำตาลสองตัว กระดิกหางดีใจที่เจ้านายมันกลับมาขึ้นรถไปกับมัน รถแหวกน้ำไปเป็นทาง คลื่นไหวมาถึงตีนบันไดชานบ้านแล้ว ระดับน้ำกำลังขึ้นอีกเรื่อยๆ ช้า..แต่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด โทรไปถามเห็นว่าเจ้าต้อมใกล้จะกลับเข้ามาที่บ้านแล้ว น้ำสูงจนรถแล่นกันได้ช้าลง ป่านนี้เลยยังมาไม่ถึง จากที่คิดว่ารอให้ต้อมกลับเข้ามาแล้วค่อยขับรถออกไปพร้อมกัน แต่เห็นระดับน้ำที่กำลังขึ้นแล้วมันทำให้ผมรอไม่ได้ ผมบอกมันว่าผมจะไปช่วยหมาให้มันตามไป
เหลือแต่เรือที่ผูกทิ้งไว้ ก้าวลงเรือแล้วออกแรงพายไปท้ายหมู่บ้านให้เร็วที่สุด น้ำสูงขนาดนี้ไอ้บิ๊กจะอยู่ยังไง?
-------------------------------------------------------------------------
ลูกตัวแรกของนังขาวเป็นตัวผู้ ลำตัวอ้วนกลมของมันเต็มไปด้วยขนสีขาวฟูฟ่อง นั่นทำให้มันดูน่ารักกว่าตัวอื่นๆ ผมขอแม่ไว้แล้วแต่แรก บอกแต่ว่าจะยกให้เพื่อนเพราะเพื่อนอยากได้ลูกหมา ไอ้ต้อมตัวแสบมองหน้าผมอย่างรู้ทัน
แม่ตกลงใจที่จะยกลูกตัวหนึ่งของนังขาวให้น้าอ้อยตามที่แกขอเอาไว้ แล้วเอานังขาวกับลูกที่เหลืออีก 2 ตัวไปเลี้ยงไว้บ้านสวนของตายายที่นครปฐมซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก แม่บอกว่าตากับยายเพิ่งเสียไอ้เงินกับไอ้ทองหมาสองตัวที่แกรักที่สุดไป ลูกหมาพวกนี้อาจจะช่วยให้ตายายคลายเหงาก็ได้ อีกอย่างบ้านเราคับแคบเกินไปแล้วสำหรับหมาหลายๆ ตัว ที่บ้านสวน พวกมันจะได้มีที่วิ่งเล่นกันสนุก เราเองก็ไปหาตายายกันอยู่เกือบทุกอาทิตย์อยู่แล้ว
ไอ้บิ๊กดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดของเธอ ตะกุยตะกายเหมือนพยายามจะกลับมาหาผม เธอยิ้มได้น่าชื่นใจเป็นที่สุด จากที่เคยเห็นเธอชอบเล่นกับหมาที่คนอื่นอุ้ม ผมจึงอยากให้เธอมีหมาเป็นของตัวเองบ้าง
แรกๆหวานเห่อมันมาก ไปไหนก็พามันไปด้วย ไอ้บิ๊กเป็นหมาตัวไม่ใหญ่นัก เทอร์เรียผสมพันธุ์ไทยทำให้มันเป็นหมาตัวย่อมๆ น้ำหนักกำลังอุ้ม นิสัยซุกซนขี้เล่นพอดู ความขี้อ้อนของมันทำให้ใครๆ ก็อดอยากเล่นกับมันไม่ได้ มันคุ้นเคยกับบ้านผมเป็นอย่างดีเพราะมาวิ่งเล่นอยู่บ่อยๆ ถ้าผมไปบ้านเธอเมื่อไหร่ มันจะวิ่งกระดิกหางมาต้อนรับผมทุกครั้ง
ผมอดคิดไม่ได้ว่า....ไอ้บิ๊กมันยิ้มให้ผม และรักผมเหมือนเป็นเจ้าของมันคนหนึ่งทีเดียว
แต่หลังจากเลิกกับผมแล้ว ก็แทบไม่เคยเห็นหวานพามันไปไหนมาไหนด้วยเลย และผมก็ไม่ค่อยได้รับรู้ว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง
ถึงอย่างนั้น....ผมก็ยังจำแววตาขี้อ้อนของไอ้บิ๊กได้เป็นอย่างดี
-------------------------------------------------------------------------
เรือแล่นไปได้ไม่ทันใจ ยิ่งจ้วง...เรือก็ยิ่งช้าในความรู้สึกผม อีกซอยเดียวจะถึงท้ายหมู่บ้านแล้ว ผมรู้สึกได้ถึงระดับน้ำที่ทะลักเข้ามาอีกระลอก จากเดิมที่เรือสูงแค่ประมาณเข่า ตอนนี้เรือขึ้นไปถึงระดับเอวแล้ว กว่าจะมาจอดเทียบหน้าบ้านหลังนั้นก็กินเวลาไปโข พระอาทิตย์ใกล้จะลาลับขอบฟ้า หลังรั้วโปร่งมีแต่ความเงียบงัน สนามหน้าบ้านจมอยู่ใต้ผิวน้ำ ระดับน้ำสูงถึงบันไดขั้นสุดท้ายของชานหน้าบ้านแล้ว
“ไอ้บิ๊ก” ตะโกนเรียกเพราะมองแทบไม่เห็นสิ่งมีชีวิต มันอาจจะอยู่แถวหลังบ้านหรือนอนหลบบนชานพักบันไดหน้าบ้านก็ได้ ระยะทางจากรั้วถึงตัวบ้านนั้นห่างพอสมควรแต่ถ้ามีอะไรเคลื่อนไหวอยู่ ผมก็น่าจะมองเห็น
“ไอ้บิ๊ก....อยู่ไหน?..มานี่เร็ว” ผมเรียกซ้ำพร้อมมองไปทั่วๆ หวังว่ามันจะจำเสียงผมได้และรีบว่ายน้ำมาหา ต้อมกำลังจะมา มันคงปีนเข้าไปช่วยผมอุ้มไอ้บิ๊กออกมาได้ทัน ก่อนที่น้ำจะขึ้นสูงกว่านี้ สายตาผมมองฝ่าเข้าไปพยายามมองหาอย่างเต็มที่เท่าที่สายตาผมจะเห็นได้ในความสลัวของแสงสุดท้ายของวัน
เงาอะไรบางอย่างกระเพื่อมน้ำอยู่ตรงสุดลานจอดรถ เห็นลางๆ แต่ผมรู้ว่าต้องเป็นมันแน่ๆ
“ไอ้บิ๊ก ไอ้บิ๊ก..ว่ายน้ำมา...มานี่เร็ว” ผมร้องเรียก เอื้อมมือลอดรั้วเข้าไปโบกให้มันเห็นว่าผมอยู่ตรงนี้ มันพยายามว่ายมาทางรั้วที่ผมส่งเสียงเรียกอยู่ แต่เหมือนมันติดอยู่กับอะไรซักอย่าง หรือว่า....มันโดนล่ามโซ่เอาไว้?! ไม่นะ...น้ำกำลังขึ้นอีกเรื่อยๆ เรือผมสูงขึ้นมาเกินครึ่งรั้วแล้ว ถ้ามันว่ายน้ำออกมาหาผมไม่ได้ผมจะทำยังไง?
ผมมองเห็นตาของมันที่กำลังเหลือกมองมาที่ผม ขาของมันพยายามตะกุยน้ำเพื่อลอยตัว เงยหน้าตะเกียกตะกายดิ้นรนให้พ้นผิวน้ำ แต่สายโซ่คงสั้นเกินไป มันตะกายจนสุดกำลัง
แรงกระเพื่อมน้ำ....กระเพื่อมเข้ามาถึงในใจผม
มันอาจถีบน้ำจนสุดแรงแต่มันไม่อาจหนีพ้นโซ่เหล็กที่ล่ามคอมันไว้ได้ น้ำกระแทกเข้าไปในรั้วจากทั่วทุกช่องทาง ระดับน้ำพรวดขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว เรือสูงขึ้นอีก ผมพอจะปีนขึ้นไปจนพ้นขอบรั้วได้ แต่ผมจะลงย่ำน้ำไม่ได้ ผ้าพันแผลที่ข้อเท้าเตือนผม
“ทำไมไอ้ต้อมยังไม่มาวะ?” ใจผมร้อนยิ่งกว่าไฟ ทั้งๆที่ล้อมไปด้วยน้ำ มีเพียงจมูกและส่วนหัวของมันที่โผล่พ้นน้ำเท่านั้นและตอนนี้แม้แต่หัวมันผมก็แทบมองไม่เห็น มันคงจะสู้แรงน้ำและแรงโซ่ไม่ได้ ปลายจมูกไอ้บิ๊กเริ่มปริ่มอยู่ระดับเดียวกับน้ำและกำลังราแรงที่ตะกุยตะกายลง ผมไม่รู้ว่ามันว่ายสู้น้ำอยู่นานเท่าไหร่แล้ว หรือไม่..มันก็คงหมดแรงเพราะอดข้าวมานานเต็มที
ไม่ถึงนาทีดีด้วยซ้ำแต่ทำไมมันยาวนานจนเกินกว่าที่ผมจะทนมองดูมันอยู่เฉยๆได้
"ไอ้บิ๊ก!!" มันคงสู้เพียงลำพังไม่ไหวแล้ว ผมปีนข้ามรั้วอย่างรวดเร็ว....ย่ำน้ำพุ่งไปหามันโดยไม่สนใจว่าแผลที่ขาของผมจะเป็นอย่างไร วิ่งสุดแรงเพื่อจะไปถึงตัวมันให้เร็วที่สุด แต่มันราวกับนานเป็นวันกว่าผมจะวิ่งฝ่าน้ำและความเจ็บปวดที่ขาเข้าไปถึงตัวมันได้ ผมเห็นตาไอ้บิ๊กเหลือกโพลนอยู่ใต้ผิวน้ำที่กำลังทะลักเข้ามาไม่ยอมหยุด
มือผมจับตัวมันไว้ได้ก็จริงแต่โซ่เส้นนั้นตรึงคอมันไว้แน่น ถ้าผมดึงมันขึ้นพ้นน้ำปลอกที่คอจะดึงมันจนหายใจไม่ออก แต่ถ้าผมไม่ดึงมันขึ้นมามันก็จะหายใจไม่ออกอีกเช่นกัน .....โธ่โว้ย !!
ผมใช้มือข้างหนึ่งประคองตัวมันไว้และพยายามใช้มืออีกข้างแกะปลอกคอมันออก มันรัดแน่นเกินไปและมันกำลังจะฆ่าไอ้บิ๊ก
ปลอกคอกำลังจะหลุดออกจากคอมันแล้วตอนที่มันค่อยๆ หลับตา เปลือกตาของมันกำลังจะปิดแววตาขี้อ้อนของมันลงไป มันมองผมนิ่ง...นาน
“ไอ้บิ๊ก...อดทนไว้นะ ไอ้บิ๊ก...แกตายไม่ได้นะโว้ย ไอ้บิ๊ก!!”
ผมกอดมันไว้แน่น ตัวผอมเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกมีเพียงขนสีขาวที่เปียกลู่น้ำ ไม่รู้สึกเลยแม้เพียงแผ่วลมหายใจ มันนอนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของคนที่เคยกอดมันตอนแรกเกิด และเป็นอ้อมกอดสุดท้ายตอนที่มันหมดลมหายใจ ผมไม่ได้ยินแม้แต่เสียงเรียกของต้อมที่ดังอยู่ข้างตัว รู้สึกเพียงความหนาวเยียบที่กินลึกไปถึงหัวใจ
-------------------------------------------------------------------------
พยาบาลขูดแผลผมกว้างและลึกกว่าเดิมเข้าไปอีกเพราะกลัวว่าหนองจะกินลึกเข้าไปในเนื้อยิ่งกว่านี้ เลือดซึมออกมาซิบๆ แต่ผมไม่ร้องซักแอะ รู้สึกชาที่หัวใจจนไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับใครเขาเสียแล้ว
น้ำลดไปได้เมื่อไม่กี่วันนี้เอง ผมนั่งอยู่ที่บ้านสวนของตายาย เพราะแผลที่ขายังไม่หายพ่อกับแม่เลยกลับไปดูบ้านพร้อมเจ้าต้อมเท่านั้น หมาสองตัวที่เป็นน้องๆ ของไอ้บิ๊กวิ่งล้อมหน้าล้อมหลังผม เดินตามไปจนถึงหลุมฝังศพของไอ้บิ๊ก ป้วนเปี้ยนอยู่ไม่ห่างตอนที่ผมหยุดยืนตรงนั้นเป็นเวลานาน
นี่ถ้าผมเอามันมาเลี้ยงไว้ที่นี่ตั้งแต่แรก ป่านนี้มันคงเป็นหมาที่มีความสุขเช่นเดียวกับน้องๆ ของมัน
ลุงพงศ์เล่าให้ฟังว่าหลังจากกลับมาบ้านตอนน้ำลดแล้ว หวานไม่เคยออกตามหาหมาที่หายออกจากบ้าน ไม่แม้แต่จะถามลุงหรือใครด้วยซ้ำว่าหมาของเธอหายไปไหน
ทำไม?..ทำไมผมถึงได้ยกไอ้บิ๊กไปให้คนที่ไม่เคยดูแลเอาใจใส่มัน คนที่ทิ้งหมาเอาไว้ที่บ้านทั้งๆ ที่น้ำกำลังจะท่วม...ไม่คิดบ้างหรือว่ามันจะอยู่ยังไง..จะกินอะไร คนที่ทิ้งมันไปเป็นเดือนๆโดยไม่เคยคิดจะกลับมาดูแลมัน ทั้งๆ ที่มันเฝ้าแต่รอคอยว่าเมื่อไหร่เจ้านายมันจะกลับมาจนกินข้าวกินปลาไม่ลง
คนที่ล่ามโซ่มันไว้จนมันต้องขาดใจตาย!! นี่ผมรักผู้หญิงใจดำคนนั้นมาได้ยังไงตั้งนาน??
ผมยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น....ภาวนาให้ไอ้บิ๊กนอนหลับอย่างสงบ มันตายไปแล้ว....และพร้อมกับลมหายใจสุดท้ายของหมาตัวหนึ่ง.....ความรักของผมต่อผู้หญิงคนนั้นก็ได้ตายไปแล้วเช่นกัน
------------------------------------------------------------------------- |
| แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2012 เวลา 20:50 น. |




คอมเมนต์คอมเมนต์
เรื่องนี้ถอดใจห มาออกมาเขียนกัน เลยทีเดียว จากการที่ได้ไปช ่วยเหลือชาวบ้าน ที่ประสบภัยน้ำท ่วม เอาอาหารหมาไปให ้น้องหมาหลายๆตั ว บางตัวเขาก็กลัว คนจนว่ายน้ำหนีไ ปก็มี บางตัวโดนขังอยู ่ในบ้านที่ล้อมร ั้วสูง หมาปีนออกมาไม่ไ ด้แน่ๆ บางบ้านก็ทิ้งหม าตัวเล็กๆไว้ ไม่สงสารมันเลย เราต้องปีนรั้วเ อาอาหารเม็ดโยนเ ข้าไปให้มัน บ้านกับรั้วก็ไก ลกันมาก
มีหมาตัวหนึ่งมั นจะว่ายน้ำมาขอข องกินเวลามันหิว พออิ่มแล้วมันจะ ว่ายน้ำกลับไปบ้ านตามเดิม หน้าตามันเศร้าม าก ขนาดเจ้าของทิ้ง มันไว้มันยังไม่ เคยคิดจะทิ้งเจ้ าของเลย ยังเฝ้ารออยู่เห มือนเดิม
กติกาหน้าเว็บระ บุว่าเปิดโหวตวั นที่ 15 กพ.ค่ะ อันนี้ลิงค์กติก าค่ะ writergallery.com/home/52-publisher-articles/151-mega-flood.htm
ติดตามคอมเมนต์นี้ในรูปแบบ RSS feeds