จำนวนคนในระบบ

เรามี 5 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

เข้าสู่ระบบ

ลงทะเบียน



Home ห้องวรรณกรรม มุมเรื่องสั้น/บทความ (เรื่องสั้นขนาดยาว) Mega – Flood : Angle city
(เรื่องสั้นขนาดยาว) Mega – Flood : Angle city อีเมล
ห้องวรรณกรรม - มุมเรื่องสั้น/บทความ
เขียนโดย komTong kanngen   
วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม 2012 เวลา 13:13 น.

 

โดย komTong kannge

(ร่วมประกวดโครงการเรื่องสั้นโดนใจ ประเภทเรื่องสั้นขนาดยาว)

สถานที่และบุคคลในเรื่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการ ไม่ใช่สถานที่หรือบุคคลที่มีอยู่จริง

 

ปัจจุบัน

                เหงื่อเม็ดใสๆผุดขึ้นบนหน้าผากเกลี้ยงเกลาของหญิงสาวนาม ‘แก๊ตทรีน’ สายตาหวาดผวาของเธอจ้องเขม็งไปยังปากกระบอกปืนในมือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังยกขึ้นมาในระดับสายตา ถ้าเพียงแต่เขาลั่นไก กระสุน 11 มม. ก็คงจะแล่นเจาะหน้าผากเธอเป็นแน่

“ไม่หรอก นั่นไม่ใช่คำสั่งของนายก” เธอพึมพำ “ถ้าเป็นคำสั่งอดีตนายกทาการีอาจใช่ แต่ไม่ใช่คำสั่งที่มาจากนายกของฉันแน่

“ผมไม่สนว่าคำสั่งนั่นมาจากใคร แต่ผมยิงแน่ ถ้าคุณไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นก็วางมือไว้บนศีรษะซะ” คนในเครื่องแบบกล่าว

เธอควรจะทำตามที่ตำรวจคนนั้นบอก แต่มือบางบางกลับยังคงแตะปุ่มสีแดงเตรียมพร้อมที่จะออกแรงกดมันทุกเมื่อ เขาขึ้นนกบ่งบอกว่าเอาจริง สายตาตื่นตระหนกของแก๊ตทรีนจ้องลึกลงไปในกระบอกปืนดำมืดและคำถามหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในมโนนึก

               ถ้าคุณคือคนที่ต้องเสียสละเพื่อคนอีกแปดล้านคน คุณจะยอมทำไหม?

                …

 

                2 วันก่อนหน้านี้

            ภาพนางสาว ‘แองจี้ ดีวา’ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกและคนปัจจุบันของประเทศแองเจลลีน ซึ่งมีแองเจิ้ลซิตี้เป็นนครหลวงปรากฏขึ้นในข่าวเช้า พร้อมเสียงผู้ประกาศข่าวเจื้อยแจ้วออกมาจากโทรทัศน์

                “...เช้านี้นายกรัฐมนตรีมีสีหน้าเศร้าสร้อยน้ำเสียงสะอื้น โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่าตนไม่ได้ร้องไห้ ไม่เคยร้องไห้ ยังคงเข้มเข็งและยังสู้ แต่ขอความเห็นใจจากประชาชน...”

                สตรีสูงวัยกดปิดจอโทรทัศน์แล้วถอนหายใจยาว ทำเอาแก๊ตทรีนที่หอบข้าวของเต็มสองแขนชะงักเท้า หันมามอง

                “อะไรกันแม่ ใจอ่อน สงสารคนอื่นอีกแล้วซิ” แก๊ตทรีนกล่าวกับผู้เป็นมารดา

                “เปล่า แค่เห็นใจเขา เป็นน้องคนเล็กด้วย ไม่ได้รู้อิโหน่อิเหน่ มาถูกพี่ชายจับให้เป็นนายกหุ่นเชิด พี่ชายก็เป็นซะอย่างนั้น แถมมาเจอมวลน้ำมหาศาลจ่อคิวจะถล่มแองเจิ้ลซิตี้อีก เขาก็คงเครียดของเขา เฮ้อ! จะว่าไปก็น่าสงสารเหมือนกัน”

                หญิงสาวถอนหายใจบ้างแล้วส่ายศีรษะแรงๆ มหาอุทกภัยครั้งนี้เรียกได้ว่าหนักที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติ กินเนื้อที่ครึ่งค่อนประเทศทำลายทั้งชีวิตและทรัพย์สินนับไม่ถ้วน แต่เธอไม่มีแก่ใจจะไปเห็นอกเห็นใจใครทั้งนั้น เพราะตอนนี้มวลน้ำก้อนมหึมากำลังประชิดประตูน้ำคลองซิกมีตเตอร์ปราการด่านสุดท้ายก่อนที่มหานครแองเจิ้ลซิตี้จะกลายเป็นเมืองบาดาล โดยที่ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าอิฐปูนหนาๆนั่นจะทานพลังอันยิ่งใหญ่ของน้ำได้อีกนานแค่ไหน และถ้ามันพังประตูน้ำคลองซิกซ์เข้ามาได้อย่างที่มันทำกับอีกหลายเมืองก่อนหน้านี้ บ้านริมคลองอีสต์ซิตี้ซึ่งเป็นคลองขุดเชื่อมต่อกับคลองซิกซ์ฯหลังนี้คงพินาศไม่เหลือดี บ้านคือน้ำพักน้ำแรงของเธอ แก๊ตทรีนอยากที่จะรักษามันไว้ให้ดีที่สุด แต่ถ้าจะให้เลือกระหว่างบ้านกับชีวิต แก๊ตทรีนคิดเสมอว่าไม่ว่าอย่างไร เธอต้องมีชีวิตรอด บ่อยครั้งที่คำถามในใจเลยเถิดไปถึงขั้นที่ว่าหากเธอรักษาชีวิตของตัวเองไว้ได้แต่ต้องโยนความตายให้คนอื่นอีกหลายคน เธอจะทำไหม? ทว่าทุกครั้งที่ความคิดแบบนี้แลบแล่นเข้ามาในจิตใจ เธอจะส่ายศีรษะแรงๆเพื่อขับไล่ความฟุ้งซ่านและบอกตัวเองว่าสถานการณ์แบบนั้นมันไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ไม่เว้นแม้แต่ครั้งนี้

                “หนูจะลองเช็คทางเน็ตดู ว่าเขาเปิดประตูน้ำอะไรแค่ไหนนะแม่”

หญิงสาวพยายามกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงให้เร็วที่สุด เธอวางของที่ตั้งใจจะหอบขึ้นชั้นสองไว้บนโซฟา แล้วเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ สัญลักษณ์เอ็มเอสเอ็นไซน์อินอัตโนมัติแต่แก๊ตทรีนไม่ได้สนใจ เธอเพียงแต่คลิกเปิดหน้าต่างอินเตอร์เน็ตเอ็กซ์โพลเรอร์ ทว่าอยู่ๆไฟกระพริบสีส้มก็สว่างวาบขึ้นบนหน้าจอเป็นสัญญาณว่ามีใครบางคนทักมาทางเอ็มเอสเอ็น

นั่น ‘ซูกาโน่’ เพื่อนเพี้ยนสมัยเรียนม.ปลาย!

*****

                “เช้านี้นางสาว ‘แองจี้ ดีวา’ นายกรัฐมนตรีมีสีหน้าเศร้าสร้อยน้ำเสียงสะอื้น โดยนายกรัฐมนตรีได้...” เสียงประกาศข่าวดังออกมาจากโทรทัศน์ พร้อมภาพนายกรัฐมนตรีหญิงในเสื้อสีเทามีนักข่าวรุมล้อมฉายชัดบนจอแบนขนาดเขื่อง

ชายล่วงวัยกลางคนมาแล้วในชุดสูทสีกรมท่า นาม ‘ทาการี ดีวา’ กำลังยืนมองน้องสาวคนเล็กให้สัมภาษณ์อยู่ในจอโทรทัศน์ รอยยิ้มบางๆฉายชัดบนใบหน้าอย่างพออกพอใจ แล้วอยู่ๆประตูไม้สักบานหนาก็ถูกเปิดผัวะออกจากทางด้านนอก พร้อมร่างของนายกรัฐมนตรีหญิงกระแทกส้นเท้าเดินตรงเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า

“แองจี้” ทาการีชิงพูดก่อนด้วยสีหน้าระรื่น สองแขนอ้าราวกับจะสวมกอด แต่กลับทำเพียงจับต้นแขนของน้องเล็กเอาไว้ “เธอทำดีมาก แองจี้ พี่ภูมิใจในตัวเธอมาก น้ำตาหยดนั้น เชื่อเถอะว่าคนรักเราเพิ่มอีกเพียบ”

“ทำไมเราไม่ทำอะไรเพื่อที่จะรักษาเมืองหลวง” แองจี้ไม่ยินดียินร้ายกับคำชมของพี่ชาย “ฉันกระดิกตัวไปทางไหนไม่ได้เลย จะระบายน้ำไปทางซ้ายก็เหยียบหัวคนของพี่ จะระบายน้ำไปทางขวาก็สะดุดหางคนของพี่ หรือว่าประชากรแปดล้านคนในแองเจิ้ลซิตี้ไม่มีความหมาย พวกเขาสำคัญน้อยกว่าเกมส์การเมืองของพี่งั้นเหรอ”

                อดีตนายกได้ฟังแล้วถึงกับถอนหายใจข่มอาการ พยายามทำใจเย็นอธิบายให้น้องคนเล็กฟังว่า

“เธอพูดถูกอยู่อย่างหนึ่ง แองจี้ การเมืองน่ะเป็นแค่เกมส์ แต่ถ้าไม่เอาพรรคพวก เราก็อยู่ไม่ได้ ไอ้ที่แกกินใช้ทุกวันนี้มันก็มาจากระบบนี่แหละ แกคิดว่าแกคนเดียวจะเปลี่ยนระบบได้อย่างนั้นเหรอ”

“ก็เพราะระบบมันเน่าเฟะจนแก้ไขไม่ได้แล้วไงถึงต้องมีคนเสียสละ อย่างน้อยก็เพื่อให้คนอีกแปดล้านคนรอดพ้นจากมหาอุทกภัยครั้งนี้ เราจะทำลายเมืองสองส่วนเพื่อรักษาส่วนเดียวทำไม ในเมื่อเราทำได้ดีกว่านั้น แค่บ้านนักการเมือง 2-3 หลังริมคลองแซมซั่น มันเทียบไม่ได้กับคนอีกแปดล้าน”

แองจี้ฉุนขาด เธอเองเพิ่งรู้เรื่องจากนักวิชาการท่านหนึ่งเมื่อครู่นี้เองว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามวลน้ำพังประตูคลองซิกซ์มีตเตอร์เข้ามาได้โดยรัฐบาลไม่ทำอะไรเลย นั่นทำให้นายกหญิงอ่านเกมส์ออกทันทีว่าความจริงแล้วพี่ชายเธอตั้งใจจะจมเมืองส่วนเหนือและฝั่งตะวันออกทั้งหมดเพื่อปกป้องบ้านนักการเมืองไม่กี่หลังริมคลองแซมซั่น

“นี่แกลืมคิดไปหรือเปล่า ไอ้บ้านนักการเมือง 2-3 หลังน่ะ นอกจากบ้านท่านรัฐมนตรีบันนาฮานแล้ว มันยังรวมถึงบ้านเราด้วยนะ” ทาการีแผดเสียงลั่น ทว่าสายตาของแองจี้ยังมุ่งมั่น ปราศจากความกริ่งเกรงใดๆในยามที่เธอพูดออกมาว่า

“แองเจิ้ลซิตี้กำลังต้องการการเสียสละ และนั่นควรเป็นเรา”

“แล้วไอ้การเสียสละมันกินได้ไหมล่ะ แกมันเกิดมาสบาย เคยไหมต้องมาลำบากหาเงินหลังขดหลังแข็งเหมือนอย่างพี่ ไอ้คนพวกนั้นจะกี่ล้านคนก็ปล่อยมันตายไปเถอะ ถ้านั่นทำให้เรามีเงิน มีอำนาจ โรจน์แล่นอยู่บนถนนสายนี้ได้ จำไว้นะ พี่จะไม่ยอมเสียอะไรที่มีในวันนี้ไป ต่อให้พี่ต้องฆ่าแกเพื่อหยุดการกระทำโง่ๆของแกก็ตาม” อดีตนายกทาการีชี้หน้าน้องสาว ก่อนกระฟัดกระเฟียดเดินออกนอกห้องไป

เมื่ออยู่คนเดียวแล้วแองจี้จึงตรงไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ เปิดหน้าต่างอินเตอร์เน็ตเอ็กซ์โพลเลอร์ ป้อนแอดเดรสเฟสบุ๊คส์ แต่กลับต้องชะงัก เพิ่งนึกได้ว่าเฟสบุ๊คส์ส่วนตัวของเธอตอนนี้อยู่ในความดูแลของสำนักนายกเสียแล้ว

แองจี้ไม่รู้จะเข้าเว็บไหนต่อดี จึงลองเสริชหาฟอรั่มสนทนาการเมืองในเสริชเอนจิ้น เว็บแรกที่เธอคลิกเข้าไปเป็นภาพล้อเลียนตัวเธอมีเขางอกออกมา ลอยเด่นอยู่บนฟ้า ขณะที่คนสวมชุดครุยอีกหลายคนยืนถือพลั่วข้างกองทราย พร้อมข้อความว่า ‘เอาปัญญาชนมากรอกถุงทรายแล้วเอาควายมาบริหารประเทศ’

คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อย เธออาจจะแกล้งหัวเราะและบอกว่า ‘ตลกดี’ ก็ได้ เพราะเธอเสแสร้งมาตลอดชีวิตการเป็นน้องสาวทาการี แต่วันนี้เธออยากซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง แองจี้เปลี่ยนไปคลิกเข้ากระทู้ ‘ภาพข่าว’ สิ่งที่ปรากฎออหมาเป็นอย่างแรกคือรูปตำรวจยืนควบคุมสถานการณ์อยู่หน้าห้องคอนโทรลของประตูน้ำคลองซิกซ์มีตเตอร์ พร้อมข้อความที่รายงานว่านายกรัฐมนตรีประกาศใช้อำนาจเสร็จเด็ดขาด สืบเนื่องจากการประท้วงที่ชาวบ้านเชื่อว่าการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลในขณะนี้ผิดพลาด ตามด้วยรายชื่อผู้ถือกุญแจเปิดปิดประตูน้ำ ซึ่งแน่ละ คนของทาการีทั้งนั้น จบข้อความแล้วก็มีคอมเมนท์ของคนที่เข้ามาอ่านโพสต์ต่อกันจนยาวเป็นหางว่าว สองสามข้อความแรกเขียนไว้แบบนี้

>>> เผด็จการว่ะ

>>> เฮ้อ! กลับสู่ยุคเผด็จการ แต่ไม่ใช่เผด็จการทหารนะ เผด็จการทุนนิยม ระบอบเงินตราธิปไตยก็งี้ ไม่รู้ฮั้วกับใครทำลายบ้านเมือง

>>> หยุด! รัฐบาลกรุณาอยู่ในความสงบ ขณะนี้ประชาชนได้ควบคุมไว้หมดแล้ว ประชาชนจะเข้าดูแลชีวิตและทรัพย์สินของท่านเอง

>>> จริง ถ้าปล่อยให้รัฐบาลดูแลเราอาจจะ ฉิ_หา_กว่านี้

                นายกหญิงกวาดสายตาดูความเห็นต่อๆมาแบบคร่าวๆ ทุกคนกำลังใช้เสรีภาพในการพูดซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญกันอย่างถึงพริกถึงขิง แล้วสีหน้าของแองจี้ที่ดูเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลาก็เริ่มมีอะไรบางอย่างผุดพรายขึ้นมา มันอาจจะเป็นความฉุกใจระคนดีใจ เมื่อเห็นห้อง Chat Room เธอรีบเข้าไปทันที ในหน้านั้นมีคน 5 – 6 คนกำลังคุยกันอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว

Ruse 2006            :               นี่ๆดูกันหรือเปล่า ข่าวเมื่อเช้า นายกร้องไห้ !?!

Dacota#$ อิอิ        :               น่าสงสารออก ต่อให้มีอำนาจก็ไม่รู้มีสมองพอตัดสินใจหรือเปล่า

Akil                          :               ที่นี่ไม่มีรางวัลออสการ์สาขาบีบน้ำตาหลอกควายนะครับ

            Wr.Mr.                     :               เฮอะ! ขอความเห็นใจจากประชาชนเหรอ ถ้าบริหารประเทศไม่ได้ก็สละเก้าอี้ไปนั่งเลี้ยงลูกเลี้ยงสามีซะซิ แล้วขอโทษเหอะ อยู่ๆจะมาให้ผมอพยพหนีน้ำ ผมเป็นคนในแองเจิ้ลซิตี้ ผมไม่ไปจากแองเจิ้ลซิตี้ นายกนั่นแหละมีหน้าที่ต้องจัดการให้ผมอยู่ได้

                Dacota#$ อิอิ        :               ใช่! ผมก็ไม่ไปจากแองเจิ้ลซิตี้

                Ruse 2006            :               ฉันก็ไม่ไป              

                ริมฝีปากแห้งผากของแองจี้ขยับเยื้อนเล็กน้อย ก่อนพรมนิ้วลงบนแป้นเป็นข้อความว่า

    Guess123          :           ถ้าคุณต้องเสียสละชีวิตเพื่อคนอีกแปดล้านคน คุณจะทำไหม?

                และสิ่งที่ตอบกลับมาก็คือ...

    Dacota#$ อิอิ        :               ก็นายกนั่นแหละต้องทำ

                Ruse 2006            :               ใช่ๆ นายกนั่นแหละต้องเสียสละ

                Akil                         :               จริงด้วย นายกแหละ ไปตายซะ จะได้ไม่หนักแผ่นดิน

               Guess123             :                นายกต้องการคนอีกสองคนค่ะ ใครอาสาเสียสละเพื่อแองเจิ้ลซิตี้

                                                                 กรุณาแสดงเจตจำนงด้วยค่ะ

--เงียบ--

                แองจี้ได้แต่จ้องเคอร์เซอร์ที่กระพริบไหว สองสามนาทีผ่านไป แต่ทุกอย่างก็ยังสงบนิ่ง ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ กระทั่งมีเสียงสัญญาณเตือนว่ามีเพื่อนไซด์อินเข้ามาในเอ็มเอสเอ็นซึ่งเธอเปิดทิ้งไว้ตลอดเวลา

                นั่นซูกาโน่...

                แองจี้จำได้ดี เมื่อก่อนเธอเองเคยใช้เสรีภาพในการพูดบนหน้าเฟสบุ๊คส์และทวิสเตอร์ นั่นเป็นเหตุให้กระทรวงอิเล็กทรอนิกส์เจาะไฟวอล์เข้ามาเปลี่ยนรหัสเพื่อสกัดกั้นการพูดของเธอ จากนั้นสำนักนายกก็ออกมาแถลงข่าวว่าเฟสบุ๊คส์และทวิสเตอร์ของนายกรัฐมนตรีถูกแฮค ทำให้ทุกคำพูดของนายกฯตัวจริงกลายเป็นคำพูดของแฮคเกอร์คนหนึ่งเท่านั้น ทว่าช่วงเวลาที่แองจี้ได้ใช้เสรีภาพในการพูดก็กินเวลานานพอให้เธอได้รู้จักกับเพื่อนตายและโปรแกรมเมอร์ฝีมือขั้นเทพที่ชื่อซูกาโน่ และขณะนี้เขาได้ฝ่ากำแพงคุกอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาพูดคุยกับเธอผ่านโปรแกรมพิเศษที่เชื่อมต่อกับเอ็มเอสเอ็น ทำให้เธอสนทนากับเขาได้โดยไม่มีใครหน้าไหนจับการสนทนาได้

            Sugano says        :              สวัสดีนายกที่รัก

            ซูกาโน่ทักมาแบบนั้น แองจี้จึงตอบกลับไปว่า

Angy says             :           สวัสดี ซูกาโน่

Sugano says        :          ผมอยากให้คุณเจอเพื่อนผมคนหนึ่ง คือ ผมเล่าเรื่องของคุณให้เธอฟังไปบ้างแล้วล่ะ เธอชื่อแก๊ตทรีน ลากมาละนะ

Gattrine says           :           ฉันแก๊ตทรีนค่ะ ฉันได้ฟังเรื่องของคุณแล้ว แต่เราจะรู้ได้ยังไงว่าคุณคือนายกจริงๆ

                Angy says             :               งั้นก็อย่าฟังฉันเพราะฉันเป็นนายก แต่ขอให้ฟังฉันในฐานะที่ฉันอาจช่วยให้คนแปดล้านคนรอดพ้นวิกฤตการนี้

                Gattrine says        :               คุณทำได้จริงเหรอคะ ยังไง?

                Angy says             :               ตอนนี้ประตูน้ำที่คลองซิกมีตเตอร์แทบจะรับน้ำไม่ไหวแล้ว ทางเดียวที่จะรักษาเมืองส่วนใหญ่เอาไว้ได้ คือ ปล่อยน้ำผ่านทางคลองแซมซั่น มันเป็นทางตรงที่สุดและก่อความเสียหายให้พื้นที่น้อยที่สุด อีกอย่างน้ำ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องไหลจากที่สูงลงที่ต่ำ ถึงเราไม่เลือกทางนี้ น้ำก็ต้องเลือกทางนี้เองอยู่แล้ว ซึ่งถ้าเราปล่อยให้เขาเลือกเองประตูน้ำที่กั้นคลองซิกซ์มีตเตอร์กับแซมซั่นอาจแตกและมันอาจวินาศสันตะโรกว่านี้

                Gattrine says        :               งั้นก็แค่เปิดประตูน้ำที่กั้นระหว่างคลองซิกซ์ฯกับแซมซั่น ทำไมคุณไม่ลองคุยกับพี่ชายคุณละคะ บางทีเขาอาจจะยอมให้คุณสั่งการลงไป

                Angy says             :               ถ้าคุณรู้จักพี่ทาการีดีเท่าฉัน คุณจะรู้ว่าเขาไม่มีวันยอม

                Sugano says        :              แล้วเราพอจะทำอะไรได้บ้าง นายกที่รัก

   Angy says          :           แซมซั่นมีประตูน้ำเข้าอยู่สองทาง หนึ่งคือจากคลองซิกซ์ฯ สองคือจากคลองอีสต์ซิตี้ ซึ่งตอนนี้ประตูน้ำคลองอีสต์ฯ เปิดลอยอยู่ แซมซั่นรับน้ำทั้งสองทางไม่ได้แน่ อีก 2 วัน น้ำทะเลจะลงต่ำสุด พวกเราต้องมีคนหนึ่งเปิดประตูน้ำคลองซิกซ์อีกคนปิดประตูอีสต์ ส่วนอีกคนก็ต้องเปิดประตูระบายน้ำจากแซมซั่นลงทะเล

                Sugano says        :              เชื่อเหอะ ว่าเราโดนยิงตายแหงแก๋หลังจากกดปุ่ม

               Gattrine says        :               ที่น่าสมเพชยิ่งกว่าคือพอเราตายแล้วพวกนั้นก็จะกดปุ่มเปิดปิดประตูน้ำตามใจชอบ ที่เราทำไปก็สูญเปล่า

   Angy says             :               ประตูระบายน้ำควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ในหอควบคุม ซึ่งถ้าเราทำให้มันติดไวรัสและรับเฉพาะรหัสผ่านจากเราได้ ทุกอย่างก็เรียบร้อย

   Gattrine says        :               ฟังดูดีนะ เราหนึ่งคนหนึ่งรหัส ถ้าเราตาย ประตูน้ำจะทำตามคำสั่งสุดท้ายที่เราให้ไว้จนกว่าพวกนั้นจะแก้ไวรัสได้ ซึ่งนั่นคงนานพอให้แองเจิ้ลซิตี้ปลอดภัย

               Sugano says        :              เดี๋ยวนะ เธอพูดถึงการเจาะไฟวอลล์ที่เข้มแข็งที่สุดในประเทศ เข้าไปทำให้คอมพิวเตอร์ที่เจ๋งที่สุดในประเทศติดไวรัส และนั่นหมายถึงเรากำลังต่อกรกับกลุ่มมันสมองที่เก่งที่สุดในประเทศอยู่นะเหรอ

                Angy says             :               คอมพิวเตอร์เจ๋งที่สุดในประเทศน่ะ ใช่ แต่รู้ไหมพวกคนข้างในมีแต่พวกเส้นใหญ่ไร้ฝีมือ กระทรวงอิเล็กทรอนิกส์ทั้งกระทรวงรวมหัวกันยังเทียบมันสมองคุณคนเดียวไม่ได้เลยนะ ซูกาโน่

   Gattrine says        :               มิน่า! ฉันรู้แล้วล่ะว่าทำไมนายถึงสอบเข้ากระทรวงอิเล็กทรอนิกส์เป็นสิบรอบแต่กลับสอบไม่เคยได้ ทั้งที่นายมั่นใจว่าทำข้อสอบไม่ผิดเลยสักครึ่งข้อน่ะ

  Sugano says        :              และผมก็รู้แล้วว่าทำไมจักรวาลไม่ทำให้ผมเกิดมามีเส้นใหญ่ เพราะถ้าผมอยู่ในกระทรวงจริง บอกได้คำเดียวว่าหายนะแน่ๆ แต่ก็นะ ฟ้าส่งผมมาอยู่กับพวกคุณแล้วนี่ ผมเอาด้วย จะเขียนโปรแกรมไวรัสคืนนี้เลย

   Gattrine says        :               เฮ้! นายรู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา ไอ้แผนการทั้งหมดนี่ เราแค่พูดกันเล่นๆใช่ไหม ไม่มีใครคิดทำแบบนั้นจริงๆหรอกนะ

   Sugano says        :              นี่แหละภารกิจฆ่าตัวตายของจริง และนายก ฉัน แล้วก็เธอ เราสามคนจะทำมันจริงๆ

    Gattrine says        :               นายบ้าไปแล้ว เฮ้! นายก คุณคงไม่คิดเอาชีวิตไปทิ้งจริงๆใช่ไหม

                Angy says             :               แก๊ตทรีน...

 

                นายกรัฐมนตรีหญิงจับจ้องข้อความบนหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วถอนหายใจหนักหน่วงราวกับการจะพิมพ์ถ้อยคำต่อไปนี้ช่างยากยิ่ง และในที่สุดลำนิ้วเรียวทว่ากร้านกระด้างก็ขยับระรัวลงบนแป้น เป็นข้อความว่า

  Angy says          :           ถ้าคุณคือคนที่ต้องเสียสละเพื่อให้คนอีกแปดล้านคนรอดชีวิต คุณจะทำไหม?

 

แก๊ตทรีนกวาดสายตาผ่านข้อความของนายกแล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ เธอถอนหายใจยืดยาวก่อนจะเอื้อมมือไปปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์โน้ตบุคส์

 

                ปัจจุบัน

เจ้าหน้าที่ควบคุมห้องคอนโทรลประตูน้ำคลองซิกซ์มีตเตอร์ยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบ สายตาจับจ้องไปยังข่าวทางโทรทัศน์รายงานโดยผู้สื่อข่าวสาวคนโปรด

“เช้านี้นะคะนายกรัฐมนตรีไม่สบายและไม่ออกจากทำเนียบ แต่กลับมีคำสั่งเรียกให้ตำรวจที่เฝ้าประตูน้ำทั่วแองเจิ้ลซิตี้กลับเข้ารายงานตัวที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกมาบอกปัดแล้วนะคะว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้มีคำสั่งเช่นนั้น ทั้งหมดคงจะเป็นการเข้าใจผิดและตนได้สั่งให้ตำรวจกลับเข้าดูแลสถานการณ์แล้วค่ะ”

มือหนาวางถ้วยกาแฟแล้วชะโงกออกไปนอกหน้าต่างห้องคอนโทรล สอดส่ายสายตาไปรอบๆ

‘ไม่เห็นมีตำรวจสักนาย คงยังกลับกันมาไม่ถึงกันละมัง’ เขาคิด

ทันใดนั้นประตูห้องก็ถูกเปิดผัวะออกจากด้านนอก ร่างเพรียวบางอย่างผู้หญิงรี่เข้ามาเสียบแฮนดี้ไดร์ฟเข้ากับคอมพิวเตอร์หลัก เจ้าหน้าที่คนนั้นได้แต่ยืนตะลึง ละล่ำละลักออกมาว่า

“นะ...นะ...นายก!”

“ถ้ายังเห็นฉันเป็นนายกของคุณ ช่วยบอกหน่อยได้ไหมปุ่มเปิดประตูน้ำน่ะปุ่มไหน” แองจี้ถาม

เขาอ้าปากค้าง แต่ก็ยังชี้มือไปทางปุ่มกดสีแดงกลมใหญ่ทว่าแบนเหมือนขนมไหว้พระจันทร์

“ขอบคุณค่ะ คราวนี้ช่วยออกไปแล้วก็ล็อคประตูด้วย”

นายกหญิงของร้องอย่างสุภาพทว่าเฉียบขาดเสียจนเจ้าหน้าที่คนนั้นต้องเดินออกมาและล็อคประตูให้แบบงงๆ เชื่อเถอะว่าอีกไม่กี่นาที พอสมองเขาเรียบเรียงได้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้วต้องยกหูโทรศัพท์โทรหาคนในทำเนียบแน่นอน แองจี้มีเวลาไม่มากนัก สายตาเร่งร้อนของเธอจ้องเขม็งอยู่กับภาพบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ตัวเลขแสดงการดาวน์ไหลดไวรัสจากแฮนดี้ไดรฟ์กำลังสูงขึ้น 10% 15% 20%....

 

*****

                ...35% 40% 45%

                ตึง!

                บานประตูของห้องคอลโทรลของประตูน้ำคลองอีสต์ซิตี้ถูกกระแทกอย่างแรง ก่อนที่ตำรวจ 2-3 นายจะวิ่งเข้ามา แก๊ตทรีนผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้หน้าจอคอมพิวเตอร์ ถลาไปยังปุ่มคอนโทรล มือของเธอแตะสัมผัสนิ่ง แต่ยังไม่ได้ออกแรงกด ในขณะที่สายตาเธอจ้องลึกลงไปปืนในมือคนในเครื่องแบบที่ยกขึ้นในระดับเดียวกับหน้าผากเธอ

                “หยุด! วางมือไว้บนศีรษะ” หนึ่งในตำรวจพวกนั้นพูดขึ้น “ผมรับคำสั่งโดยตรงจากนายกรัฐมนตรี ผมมีอำนาจยิงคุณ”

“ไม่หรอก นั่นไม่ใช่คำสั่งของนายก” เธอพึมพำ “ถ้าเป็นคำสั่งอดีตนายกทาการีอาจใช่ แต่ไม่ใช่คำสั่งที่มาจากนายกของฉันแน่

“ผมไม่สนว่าคำสั่งนั่นมาจากใคร แต่ผมยิงแน่ ถ้าคุณไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นก็วางมือไว้บนศีรษะซะ” คนในเครื่องแบบกล่าว

ริมฝีปากชมพูระเรื่อสั่นเทา สายตาประหวั่นจ้องลึกลงไปในปากกระบอกปืน

 

*****

“ซูกาโน่ เอดิงเกอร์”

                เจ้าของเสียงแหวกกายออกมาจากด้านหลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2-3 นายที่กำลังถือปืนเล็งมาทางซูกาโน่ ทันทีที่เห็นหน้าชัดเขาก็รู้ทันทีว่าหมอนั่นคือเจ้าหน้าที่สัมภาษณ์รับคนเข้ากระทรวงอิเล็คทรอนิสก์ ไม่น่าเชื่อว่าหมอจะถูกสั่งให้มาดูแลประตูน้ำคลองแซมซั่น

                “คุณสอบเข้ากระทรวงอิเล็กทรอนิกส์มาแล้ว 15 ครั้งนี่ ใช่ไหม ดูเหมือนบังเอิญนะ แต่ตอนนี้เรามีตำแหน่งว่างพอดี ทำไมคุณไม่เริ่มจากบอกผมล่ะว่าอะไรอยู่ในแฮนดี้ไดร์ฟนั่น” หมอนั่นพยักพเยิดไปทางแฮนดี้ไดร์ฟที่ไฟสัญญาณกระพริบระรัว

“สวดมนต์ให้ตำรวจพวกนั้นยิงผมได้ก่อนที่ผมจะกดปุ่มนี่แล้วกัน”

คำพูดของซูกาโน่ทำเอาทั้งตำรวจและข้าราชการพลเรือนคนนั้นหันไปจับจ้องยังมือที่แนบชิดกับปุ่มคอนโทรลสีแดงเป็นตาเดียวกัน มีแต่โปรแกรมเมอร์สติเฟื่องอย่างซูกาโน่เท่านั้นที่ชำเลืองไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงตัวเลข 50% 55% 60%...

 

*****

...75% 80% 85%

“ซนจริงๆนะ แองจี้”

ทาการีเดินเข้ามาในห้องคอนโทรล เขาคว้าปืนจากมือของหนึ่งในตำรวจที่ทำหน้าที่ดูแลประตูน้ำคลองซิกซ์มีตเตอร์แล้วเล็งไปยังน้องสาว

“ปล่อยปุ่มควบคุมนั่นซะ พี่จะได้ไม่ต้องฝังศพเธอ”

“พี่เห็นความลังเลสักนิดในแววตาฉันไหมล่ะ” แองจี้พูด มือยังคงเตรียมพร้อมกดปุ่มสีแดง

 

*****

“ผมเห็นความลังเลในแววตาคุณ” ตำรวจคนนั้นเริ่มชวนคุยทั้งที่ยังไม่ลดปืนลง “คุณคุณอยากตายแล้วเหรอ โลกนี้ยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะนะ”

การตายจริงๆแล้วอาจไม่น่ากลัว แต่การรับรู้ว่าตัวเองมีเวลาชีวิตเหลืออยู่ไม่มากนั่นต่างหากที่ทำให้แก๊ตทรีนกลัวแทบเป็นบ้า เธอเองกำลังจะจบปริญญาโท เลื่อนขั้นเงินเดือน โลกนี้มีอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายที่เธออยากทำ แต่กลับจะไม่ได้ทำมันอีกแล้ว

“พ่อแม่คุณล่ะ ท่านอายุมากแล้วจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีคุณ”

ดวงตาภายใต้ขนตางอนยาวไหวระริก น้ำตารื้นขอบ แก๊ตทรีนรักแม่ ถึงแม้จะจำไม่ได้ว่าบอกรักแม่ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ แม่เพิ่งเสียพ่อไปเมื่อปีกลายท่านไม่ควรที่จะต้องมาเสียลูกสาวอีก

ทว่าอยู่ๆคำพูดของนายกก็ก้องขึ้นในโสตประสาท

‘ถ้าคุณคือคนที่ต้องเสียสละเพื่อคนอีกแปดแสนคน คุณจะทำไหม’

แก๊ตทรีนกัดริมฝีปากแน่น น้ำตาแห่งความประหวั่นไหลอาบสองแก้ม อยู่ๆก็นึกอยากด่าตัวเองที่ไม่นั่งอยู่กับบ้านเฉยๆ ตอนนี้ดำกับขาว ถูกกับผิด เพื่อส่วนรวมเพื่อตนเอง มันวิ่งวุ่นตีกันไปหมด

“เอาละ ผมสาบานว่าผมยิงแน่ วางมือบนศีรษะเสียเถอะ” ตำรวจคนเดิมกระตุ้น ทว่า...

             ปี๊บบบบบบบบบบบ!

เสียงลากยาวดังมาจากคอมพิวเตอร์ บ่งบอกว่าการดาวน์โหลดไวรัสเสร็จสมบูรณ์ แก๊ตทรีนสะดุ้งสุดตัว...อา...วินาทีแห่งการตัดสินใจมาถึงแล้วซินะ

พลันมือเรียวของแก๊ตทรีนก็ตะปบลงบนปุ่มคอนโทรลเป็นการยืนยันเจตจำนงสุดท้ายและมันก็เป็นอย่างนั้นกับประตูน้ำอีกสองแห่งด้วยน้ำมือของอีกสองผู้กล้าในเวลาเดียวกัน

และนั่นคือวีรบุรุษ/วีระสตรีสามคนจากประชากรแปดล้าน!

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 24 มกราคม 2012 เวลา 23:42 น.
 

คอมเมนต์คอมเมนต์  

 
0 #2 krobkraw 2012-02-20 17:06
อ้างอิง kukan:
สนุก และลุ้นมากๆเลยค ่ะ อยากอ่านต่อจัง


มันเป็นเรื่องสั ้นขนาดยาว แสดงว่าจบแค้นี้ ค่ะ ไม่มีต่อแล้วค่ะ ชอบก็อย่าลืมโหว ตเขานะคะ ทางขวาของหน้าเว ็บค่ะ
อ้างอิง
 
 
0 #1 kukan 2012-02-11 17:08
สนุก และลุ้นมากๆเลยค ่ะ อยากอ่านต่อจัง
อ้างอิง
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

Mega Flood : เรื่องสั้นขนาดยาว

โหวตเรื่องสั้น ประเภท เรื่องสั้นขนาดยาว
 

Mega Flood : เรื่องสั้น

โหวตเรื่องสั้นโดนใจ ประเภท เรื่องสั้น
 

Mega Flood : เรื่องสั้นขนาดสั้น

โหวตเรื่องสั้นโดนใจประเภท เรื่องสั้นขนาดสั้น
 

feed-image Feed Entries


ขับเคลื่อนโดย Joomla!. Designed by: Fresh Air Discount Hosting Reseller Valid XHTML and CSS.